เล่นง่ายๆ กับ Champion ที่ไม่ต้องใช้มานา

     ในการเล่นเกมแนว MOBA นั้น ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนๆ หัวใจหลักของ Hero หรือ Champion นั้นก็คือมานา ซึ่งทุกครั้งที่เกิดการปะทะกันขึ้น ก็ต้องมีการใช้สกิล และการใช้สกิลนั้นจำเป็นต้องใช้มานา หากมานาหมด Hero หรือ Champion สายที่ต้องพึ่งสกิลเป็นหลักก็เปรียบเสมือนปืนไม่มีลูกกระสุนดีๆ นี่เอง จึงมีหลายคนสงสัยว่าทำไมถึงไม่มี Hero หรือ Champion ที่ไม่ต้องใช้มานาในการใช้สกิลบ้างนะ เมื่อก่อนอาจจะไม่มีแต่ ณ ตอนนี้เกม League of Legends ได้จัด Champion เหล่านั้นให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัสกันแล้ว ซึ่ง Champion เหล่านี้ถูกจัดให้อยู่ใน “ระบบพลังงาน” ที่ถือเป็นระบบใหม่สำหรับเกมแนว MOBA ทั้งหลาย และ League of Legends ถือเป็นเกมแรกที่นำระบบนี้มาใช้ อยากรู้แล้วหรือยังว่ามี Champion ตัวไหนบ้างที่อยู่ในระบบพลังงานนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

     อันดับแรกต้องขอบอกความแตกต่างของ Champion ที่ใช้มานากับ Champion ที่ใช้ระบบพลังงานให้ผู้เล่นทุกคนได้สังเกตุเห็นกันก่อน บนหัวของ Champion ที่อยู่ภายในเกมทุกตัวนั้น จะมีหลอดอยู่ 2 หลอด ซึ่งหลอดด้านบนสุดนั้นจะเป็นสีเขียวแสดงถึงพลังชีวิตของ Champion ตัวนั้น และหลอดล่างถ้าเป็น Champion ที่ใช้มานาหลอดนั้นจะเป็นสีฟ้า แต่ถ้าเป็น Champion ที่ใช้พลังงานหลอดนั้นจะมีสีที่แตกต่างออกไป อาทิเช่น เหลือง แดง หรือ ไม่มี เป็นต้น เอาเป็นว่าไปดูกันเลยดีกว่ามี Champion ตัวไหนกันบ้าง



     1. Champion ประเภทที่ใช้ Energy เป็นพลังงาน ซึ่งหลอดนั้นจะมีสีเหลือง Champion ที่ใช้ Energy นั้นมีทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ได้แก่


   

        Akali               Kennen             Lee Sin              Shen


     โดย Champion ทั้ง 4 ตัวนี้จะใช้ Energy แทนการใช้มานา ซึ่งค่า Energy นั้นก็มีหมดได้เช่นกัน แต่ Champion เหล่านี้ก็มีสกิลที่สามารถจะใช้ฟื้นฟู Energy ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาไอเทมใด


 

     2. Champion ประเภทที่ใช้เลือดแทนมานา หรือ Health Cost ทุกครั้งที่มีการใช้สกิล Champion เหล่านี้จะต้องเสียพลังชีวิตเป็นการตอบแทนจะมากหรือน้อยนั้นก็แล้วแต่ข้อกำหนดของแต่ละสกิล Champion ประเภทนี้มีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่


  

    Dr.Mundo       Mordekaiser        Vladimir


 

     3. Champion ประเภทที่ใช้ค่า Fury ซึ่งจะมีหลอดเป็นสีแดง ในการใช้สกิลแต่ละครั้ง Champion เหล่านี้ต้องเสียค่า Fury เป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งค่า Fury นั้นก็มีวันหมดไปเช่นกัน หากแต่การฟื้นฟูค่า Fury สามารถทำได้ด้วยการโจมตีเหล่า Minion และ Monster ภายในป่า รวมไปถึง Champion ฝ่ายตรงข้ามทั้งหลายด้วย Champion ประเภทนี้มีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่


  

    Renekton          Shyvana        Tryndamere

 

     Champion ทั้ง 3 ตัวนี้จะใช้พลังงาน Fury เป็นค่าทดแทนในการใช้สกิลต่างๆ แต่มีเพียง Shyvana เท่านั้นที่จะใช้ค่าพลังงาน Fury ก็ต่อเมื่อเธอใช้สกิล Ultimate ที่มีชื่อว่า Dragon’s Descent ซึ่งถ้ามี Shyvana นั้นไม่มีค่าพลังงาน Fury เต็มหลอด ก็จะไม่สามารถใช้สกิลนี้ได้ และผลของสกิลนี้จะหมดไปก็ต่อเมื่อค่าพลังงาน Fury ของเธอหมดหลอดหรือตาย


 

     4. Champion ประเภทที่ไม่ต้องใช้พลังงานอะไรเลยในการใช้สกิล ซึ่งหลอดข้างล่างหลอดพลังชีวิตนั้นจะเป็นสีดำ Champion ประเภทนี้มีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่


  

       Garen             Katarina              Riven

 


      และ Champion ประเภทสุดท้ายเป็น Champion ที่ใช้ค่า Heat หรือพลังงานความร้อนแทนมานาในการใช้สกิล ซึ่งก่อนใช้สกิลนั้นหลอดจะมีสีดำ เมื่อใช้สกิลหลอดจะค่อยๆ เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีแดงเข้ม Champion ประเภทนี้มีเพียงตัวเดียว ได้แก่


      Rumble

 

     ซึ่งค่า Heat ของ Rumble นั้นจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามความถี่ของการใช้สกิล และค่า Heat จะส่งผลกระทบต่อ Rumble ดังนี้

• ค่า Heat อยู่ที่ 00 ถึง 49 ไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น

Ÿ• ค่า Heat อยู่ที่ 50 ถึง 99 ตัว Rumble อยู่ในสถานะอันตราย แต่จะส่งผลให้สกิลของ Rumble นั้นมีประสิทธิภาพและความรุนแรงมากกว่าเดิม

Ÿ• ค่า Heat อยู่ที่ 100 หรือเรียกได้ว่า Over Heat ถ้าค่า Heat อยู่ในระดับนี้ Rumble จะไม่สามารถใช้งานสกิลใดๆ ได้ทั้งสิ้นแต่จะแลกเปลี่ยนมาด้วยค่าพลังโจมตีของ Rumble ที่จะสูงขึ้นจนกว่าค่า Heat จะลดลงไปในระดับปกติ

 

ข้อดีของ Champion ที่ใช้พลังงานแทนมานา

     ในการใช้สกิลแต่ละครั้งไม่ต้องไปนั่งพะวงกับมานา และไม่จำเป็นต้องซื้อของใช้เกี่ยวกับมานา ทำให้มีช่องว่างสำหรับใส่ไอเทมได้มากขึ้น และรอเพียงระยะเวลา Cooldown ของสกิลเพียงอย่างเดียว ก็สามารถใช้งานสกิลได้อย่างต่อเนื่องทันที


ข้อเสียของ Champion ที่ใช้พลังงานแทนมานา

     Champion ที่ใช้ Fury นั้น เมื่อ Fury หมดก็จะไม่สามารถใช้สกิลได้เหมือน ซึ่งการฟื้นฟู Fury นั้นจำเป็นต้องใช้การโจมตี Minion, Monster และ Champion ฝ่ายตรงข้าม ถ้าหาก Champion เหล่านี้ต้องไปต่อกรกับ Champion สาย Range ทั้งหลาย การจะเข้าถึงตัวคงจะลำบากไม่น้อยและจะทำให้การฟื้นฟู Fury ได้ยากขึ้นไปอีก

     Champion ที่ใช้พลังชีวิต ค่อนข้างเสี่ยงต่อการตายด้วยการโจมตีของตัวเองสูง อย่างในกรณีที่ตัวเองใกล้ตายและเป้าหมายก็ใกล้ตายเช่นกัน เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องลองเสี่ยงที่จะใช้สกิลจัดการกับเป้าหมาย แต่กลับกลายเป็นตัวเองต้องตายเพราะพลังชีวิตเหลือน้อยเกินกว่าจะให้ใช้สกิล เป็นต้น

     Champion ที่ใช้ค่า Energy นั้น เมื่อ Energy หมดในการปะทะกับเป้าหมาย ทำให้ Champion เหล่านี้ต้องเสียเวลาในการฟื้นฟู Energy ด้วยสกิลของพวกเขาเอง ซึ่งในขณะที่ฟื้นฟู Energy อยู่นี้ อาจจะโดนโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม หรือ ไม่สามารถช่วยเพื่อนร่วมทีมที่เป็นเป้าหมายอยู่ได้เลย

     Champion ที่ไม่ต้องใช้อะไรเลยในการใช้สกิล ดูเหมือนจะมีแต่ข้อดี แต่จริงๆ แล้วก็มีข้อเสียที่ค่อนข้างรุนแรงอยู่เหมือนกัน เพราะสกิลแต่ละสกิลนั้นจะมีความรุนแรงแค่เพียงช่วงแรกๆ แต่ท้ายๆ ต้องพึ่งพาอาศัยไอเทมเพื่อเพิ่มความรุนแรงให้กับสกิล ซึ่งถ้าหาก Champion ประเภทนี้โดนกดตั้งแต่ต้นเกม ทำให้ไม่มี Gold ในการออกไอเทม ท้ายเกมคิดสภาพได้เลยว่าโดนเชือดสบายๆ แน่นอน

     ส่วน Champion ที่ใช้ค่า Heat ซึ่งมีอยู่ตัวเดียวคือ Rumble นั้นข้อเสียของมันก็คือการ Over Heat ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะใช้สกิลอย่างต่อเนื่องและไม่ค่อยจะสนใจกับค่าความร้อนของมัน เท่าไหร่ เลยทำให้เกิดการ Over Heat อย่างง่ายดาย และเมื่อ Over Heat ก็ทำให้ Rumble ไม่สามารถใช้สกิลใดๆ ได้เลย ยิ่งถ้าหากอยู่กลางดงของศัตรูแล้วละก็มีแต่ตายกับตายสถานเดียว ถึงพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเท่าที่ควร